|
เล่นกล้าม
เพิ่ม เมตาบอลิซึม
เมตาบอลิซึม
คือกระบวนการในสิ่งทั้งหลายที่เราทำ
หรือที่เกิดขึ้นในร่างกายเรา
ที่ต้องใช้พลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไป เช่น
การหายใจ การคิด การย่อยอาหาร การเต้นของหัวใจ เดิน
หรือการเล่นกีฬา กิจกรรมที่ใช้พลังงานเหล่านี้นี่เอง
จะเป็นตัวกำหนดว่าคน จะอ้วน
จะผอม จะเหลือไขมันพอกพูนอยู่ในร่างกายมากน้อยแค่ไหน
เมื่อคุณอายุราวๆ 30
ปี เมตาบอลิซึม ของร่างกายจะเริ่มลดลงราว
5 % ต่อปี
นั่นหมายความว่า ถ้าคุณกินอาหารเท่าเดิม
แต่คุณก็อ้วนขึ้นๆ จนต้องเปลี่ยน ไซด์
เสื้อผ้าให้ใหญ่ขึ้น
เมื่อเรายิ่งอายุมากขึ้นมวลกล้ามเนื้อในร่างกายเรามันลดลง
ทั้งนี้เป็นเพราะเราออกกำลังกายน้อยลง
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ คาดคะเนว่า ทุกๆ
1
ปอนด์ของกล้ามเนื้อที่หายไป ทำให้การเผาผลาญพลังาน
ลดลงไป 30
แคลอรี่ต่อวัน ผู้หญิงตอนอายุไกล้หมดประจำเดือน
จะสุญเสียมวลกล้ามเนื้อไปราวครึ่งปอนด์ต่อปี
แต่พอหมดประจำเดือนแล้วจะสูญเสียราว
2 เท่า
ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ออกกำลังกายด้วยแล้ว พออายุ
65 ปี
ก็อาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปถึงครึ่งหนึ่ง
ของที่เคยมีตอนยังสาว
ทำให้ความสามารถในการเผาผลาญอาหารลดลง วันละ
200-300
แคลอรี่เป็นผลให้อ้วนง่าย
การเพิ่มการเผาผลาญพลังงานไขมันเมื่อเราอายุมากขึ้นที่
ง่ายๆ คือ การเพิ่มการออกกำลังกายโดยการเล่นกล้าม
ไม่แนะนำให้ไปวิ่งไปเดิน เพราะแม้เป็นสิ่งดี
แต่ก็เป็นเพียงการใช้กล้ามเนื้อเฉพาะบางมัดเท่านั้น
ถ้าท่านเล่นกล้ามให้กล้ามเนื้อให้กล้ามเนื้อในแต่ละส่วนโตขึ้น
แข็งแรงขึ้น
จะทำให้การเผาผลาญพลังงานของท่านเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
การเล่นกล้ามเช่น อาทิตย์ละ
2-3 ครั้ง ภายในไม่กี่เดือน
จะทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น เท่ากับที่สูญเสียไปใน
5-10 ปี
การเล่นกล้ามจึงเป็นวิธีสร้างความหนุ่มสาวให้เกิดขึ้นอย่าง
ง่ายๆ และรวดเร็ว
สำหรับผู้หญิงก็สามารถเล่นกล้ามได้
ผู้หญิงอาจจะเลือกเล่นกล้ามโดยไม่ทำให้แลดูน่าเกลียดก็ได้
คือเล่นกล้ามเนื้อที่ไม่มีไครมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก
เช่น กล้ามเนื้อหน้าท้อง ซึ่งจะทำให้ทรวดทรง
องค์เอวดีขึ้น หรือถ้าเล่นกล้ามเนื้อหน้าอก
ก็จะช่วยเสริมให้เต้านมดูสูงขึ้นเป็นสง่าราศีโดยไม่ต้องไปเสริมเต้าให้เสียเงิน
นอกจากนี้ยังมี กล้ามเนื้อแก้มก้น กล้ามเนื้อหลัง
ที่สามารถพัมนาให้โตขึ้น เพื่อการเผาผลาญพลังาน
เพื่อลดใขมัน กล้ามเนื้อที่ว่า
นี้มันซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า
คนอื่นไม่เห็นก็ไม่ต้องกลัวน่าเกลียด
ส่วนกล้ามเนื้อแขนกล้ามเนื้อน่องก็เพลาๆลงมาหน่อย
อย่าให้มันโตขึ้น
การเล่นกล้ามที่ว่านี้ทำได้ไม่ยาก
ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินให้ศูนย์ฟิตเนท เพียงซื้อ
ดัมเบลล์ ขนาดพอเหมาะซักชุด กับม้านั่งยาวสักตัว
ก็สามารถเล่นกล้ามได้เกือบทุกมัดแล้ว
สำหรับคนที่ชอบกิน ถ้าไม่ได้กินแล้วไม่มั่นใจ
ขอกินเพื่อให้การเผาผลาญพลังงานมากขึ้น
ก็อาจลองในสิ่งต่อไปนี้ที่ไม่ค่อนอันตรายคือ
+
พริกแดง เคยมีการทดลองที่ญี่ปุ่นพบว่า
พริกแดงที่มีรสเผ็ด สามารถเพิ่มเมตาบอลิซึ่มได้
30 %
แต่ข้อเสียคือต้องกินมาก
ถ้าคุณเป็นคนชอบกินเผ็ดต้องระวังข้อเสียของมันคือทำให้เรากินข้าวมากขึ้น
+
ชาเขียว ได้รับการทดลองที่ สวิทเซอร์แลนด์ ว่า ถ้ากิน
3 เวลาหลังอาหาร
จะเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น
80 แคลอรี่ใน 24
ชั่วโมงเมื่อเปรียบเทียบกับคาแฟอีนชนิดเม็ดหรือยาหลอก
+
คาแฟอีนในกาแฟ
ก็เป็นสารอีกตัวหนึ่งที่เพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้
กาแฟแก้วนึง (8ออนด์)
สามารถเพิ่มเมตาบอลิซึ่มได้นาน
2 ชั่วโมง
โดยเฉพาะถ้ากินก่อนออกกำลังกายจะช่วยทำให้มีชีวิตชีวามากขึ้น
คาแฟอีนมีฤทธิ์ไปละลายไขมันออกมาในกระแสเลือด
ทำให้มันเป็นอิสระและถูกทำลายได้โดยง่าย
มีคนเป็นจำนวนมากที่รักสวยรักงาม รักสุขภาพต้องการลดความอ้วน
พยายามแล้วพยายามอีก แต่ไม่ได้ผล ทั้งๆ
ที่รู้ทฤษฎีว่าการลดความอ้วนนั้นต้องอาศัยการควบคุมอาหารให้พอดี
และการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญอาหาร
หลายคนทำการอดอาหารได้เก่ง อดจนหน้าเขียว หน้าเหลือง
แต่ขาดการออกกำลังกาย ทั้งนี้เพราะมีอุปสรรคสำคัญคือ
อุปสรรคทางจิตวิทยา นั่นเอง
การออกกำลังกายที่จะทำไปได้นานสำหรับคนที่มีใจมุ่งมั่นไม่ต้องใช้เทคนิคมาก
แต่สำหรับหลายคนที่ใจยังไม่แข็งเพียงพอต้องอาศัยเทคนิคช่วยบ้าง
จึงจะทำไปได้นาน
ที่จะยกตัวอย่างต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทคนิคหลายอย่างในการออกกำลังกายไม่ให้เซ็ง
เปลี่ยนสถานที่
การออกกำลังจำเจประจำที่อยู่เสมอจะทำให้น่าเบื่อ เช่น
การวิ่งหรือ การเดินสายพานในบ้าน ซ้ำซากมันน่าเบื่อ
อาจจะทำได้ไม่นาน วิธีทำให้ไม่เซ็งคือ ให้เอาทีวีมาดูไปด้วย
วิ่งไปด้วย
ถ้าชอบรายการตลกก็เอาวิดีโอตลกมาดูก็จะทำให้เพลิดเพลิน
ทำได้ไม่เบื่อ
ถ้ามีเงินก็อาจจะเปลี่ยนสถานที่ไปทำที่สปอร์ตคลับ
ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมใหม่ มีสาวมีหนุ่มให้มอง
มีคนให้เข้าสังคมได้ คุยกันในเรื่องที่สนใจร่วมกัน
สำหรับคนที่วิ่งตามละแวกบ้าน วิ่งไปวิ่งมาจนเซ็ง
ก็น่าจะเปลี่ยนไปวิ่งตามสวนสาธารณะที่มีทิวทัศน์น่าอภิรมย์
เช่นในกรุงเทพฯ ก็มีสวนลุมฯ สวนจตุจักร สวนรถไฟ สวนหลวงร.9
สวนเหล่านี้ผมเคยไปมาแล้วมีความแตกต่างหลากหลาย
มีผลดีต่อจิตวิทยา การออกกำลังกายได้ดีมาก
ถ้าคนไม่ชอบวิ่งก็ไปเดินออกกำลังกายได้
ที่เหล่านั้นเดินได้เพลินทำได้นานขึ้น
การเปลี่ยนสถานที่ได้ผลดีแน่นอน
สิ่งสำคัญคือต้องให้ความสำคัญให้เวลากับการออกกำลังกาย
วิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราออกกำลังได้คือ
หาวิธีออกกำลังกายที่เราชอบ เข้ากับนิสัยของเรา เช่น
บางคนไม่ชอบวิ่งอย่างเดียวแต่ชอบเล่นกอล์ฟ ก็อาจจะไปเล่นกอล์ฟ
ขณะที่เล่นกอล์ฟ ก็ถือโอกาสวิ่งระหว่างช๊อต อย่างเช่นที่จอร์จ
บุช (ผู้พ่อ) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯเคยทำได้ผลมาแล้ว
ถ้าเราไม่เล่นกอล์ฟเราก็อาจจะไปเล่นแบต เล่นตะกร้อ ตามอัธยาศัย
การเล่นกับเด็ก ก็เป็นของดี บางครั้งถ้าเราเบื่อการวิ่งระยะทาง
เราก็อาจจะลองไปเดินตามโรงเรียน ที่มีเด็กๆ
เล่นกีฬาแล้วเข้าไปเล่น ทำตัวเป็นเด็กๆ เช่นเล่นบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล การเล่นแบบนี้ ทำให้เพลิดเพลินเล่นได้นาน
ถ้ารู้จักออมแรงก็เล่นได้นานเผาผลาญอาหารได้มาก สิ่งสำคัญคือ
อย่าเล่นแบบแพ้ไม่เป็น ต้องปล่อยให้เด็กยิงลูกทำแต้มบ้าง
จะได้ไม่เกิดการแข่งขันเครียดมากเกิน สังขารของเรา
นัดคู่ควง
การออกกำลังกายถ้ามีใครไปทำเป็นเพื่อนก็จะทำได้ดีขึ้น เช่น
การเดิน การวิ่งถ้ามีเพื่อนเดิน
เพื่อนวิ่งก็จะเพลิดเพลินทำได้นาน ถ้าเป็นคู่รักกันก็ยิ่งดี
วิ่งได้ไม่เหนื่อย ถ้าหาใครไม่ได้ก็อาจจะใช้คู่ครอง
ของตายไปเดินวิ่งด้วยกัน ข้อเสียของวิธีนี้คือความแข็งแรง
ความอดทนของคนไม่เท่ากันอาจจะทำให้ออกกำลังได้
ไม่เต็มพิกัดความสามารถของเรา แต่การทำน้อยยังดีกว่าไม่ทำ
การเดินการวิ่งระยะทางบางครั้งเรานับจำนวนรอบ นับเวลาเป็นนาที
ทำให้รู้สึกว่ามันนาน ต้องฝืนใจมากกว่าจะได้สักรอบ เช่นนับจาก
1 2 3 … 10 นักจิตวิทยาแนะนำว่า บางครั้งถ้าเรานับถอยหลัง
จะทำให้รู้สึกว่ามันเร็วขึ้น ระยะทางมันสั้นลง
น่าเบื่อน้อยกว่า เหมือนกับการเดินทางไกล ตอนขากลับ
เรามักจะรู้สึกว่าระยะทางมันสั้น ถึงบ้านเร็วกว่าตอนขาไป
ท่านว่าการกีฬาก็เป็นอย่างนั้น
การช่วยเหลือผู้อื่นทำงาน เช่น การขุดดิน ตัดหญ้า ล้างจาน
กวาดบ้าน ซักผ้า ก็อาจจะเป็นการออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่ง
แถมยังได้บุญคุณ หลายคนชอบทำกิจกรรมการกุศล เช่น ช่วยน้ำท่วม
ไฟไหม้ ตึกถล่ม อาสาเก็บศพ ฯลฯ
การช่วยผู้โชคร้ายเหล่านี้นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว
ยังช่วยทำให้เราสุขใจที่ได้ทำบุญ
และได้รู้สึกว่าเราโชคดีที่ไม่โดนเหตุการณ์อย่างเขา
ผู้สันทัดกรณีแนะนำว่า การใช้เครื่องมือ
อาจจะช่วยทำให้การออกกำลังกายน่าสนใจขึ้น เช่น
คนที่มีเงินชอบเล่นเทคโนโลยีใหม่ๆ
อาจจะทำให้เขาวิ่งได้มากขึ้นถ้าได้รองเท้าแอร์มาสวมใส่ให้นุ่มเท้า
หรืออาจจะใช้เครื่องวัดอัตราเต้นหัวใจ วัดระยะทาง
วัดการเผาผลาญแคลอรี ใช้วอร์คแมนฟังเพลง
ฟังรายการทอล์คโชว์ในขณะวิ่งหรือเดิน
ถ้าคุณชอบอย่างนั้นและมีเงินก็น่าจะลองดูนะครับ
การออกกำลังกายจนเป็นนิสัยที่จริงต้องเริ่มตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก
คือ ต้องมีพ่อแม่ผู้ปกครอง
เป็นตัวอย่างตัวนำพาเด็กไปออกกำลังกาย
ไม่ว่าเด็กหญิงหรือชายถ้าไม่เคยออกกำลังกาย
หรือเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ จะทำให้มีปัญหาทางจิตวิทยา
จะไปออกกำลังกายนอกบ้านสักทีก็เขิน
กลัวคนเห็นกลัวคนจ้องทรวดทรงองค์เอว กลัวคนนินทาว่าวิ่งไม่เป็น
ไม่สวย ต่างๆ นานา ทำให้เป็นอุปสรรคใหญ่ในการออกกำลังกาย
ดังนั้นหลักการสุดท้ายคือ
ควรหัดให้ลูกรู้จักการออกกำลังกายตั้งแต่เด็กนะครับ
|
|